ศึกสงครามดอกกุหลาบระหว่าง ลีดส์ พบ แมนยู ที่เอลแลนด์ โร้ด จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ผลการแข่งขันที่อาจไม่ถูกใจเด็กผีเท่าไรนัก แต่เมื่อมองตามสภาพทีมและบริบทของเกมแล้ว ต้องยอมรับว่านี่คือหนึ่งแต้มที่ “รับได้” มากกว่าที่หลายคนคิด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม ยังคงใช้ระบบ 3-4-2-1 เช่นเดิม มีการปรับหมากเล็กน้อยด้วยการดัน แพทริค ดอร์กู ขึ้นมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรุกฝั่งขวา ขณะที่ ลุค ชอว์ ถูกถ่างไปยืนวิงแบ็กซ้าย และ เลนี่ โยโร่ ได้โอกาสกลับมาเป็นตัวจริงในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก
อย่างไรก็ตาม สภาพทีมยังไม่สมบูรณ์ การขาดหายไปของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่, อาหมัด ดิยัลโล และอาการบาดเจ็บของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำให้เกมรุกของผีแดงฝืดต่อเนื่อง ยิงได้แค่นัดละหนึ่งประตูมาแล้วสามเกมติด และ 11 ตัวจริงในเกม ลีดส์ พบ แมนยู นัดนี้ ก็เป็นผู้เล่นเชิงรับถึง 9 คน
เกมที่ผิดคาด แต่ก็ยังเจ็บเหมือนเดิม
ก่อนแข่ง หลายคนคิดว่า ลีดส์ ที่ไม่แพ้ใครมา 6 นัด และได้เล่นในบ้าน น่าจะครองบอลและกดดันแมนยูได้มากกว่า แต่เอาเข้าจริงกลับกลายเป็นทีมเยือนที่สร้างโอกาสเข้าทำได้ชัดเจนกว่า
ปัญหายังคงอยู่ที่ “จังหวะสุดท้าย” เกมรุกของแมนยูยังขาดความคม การเข้าทำหลายครั้งดูเหมือนจะไปได้สวย แต่จบไม่ลง ขณะที่เกมรับโดยรวมถือว่าแน่น มีวินัย และแย่งบอลคืนได้เร็ว
แต่แล้วความผิดพลาดก็เกิดขึ้นจนได้ จากจังหวะเสียบอลในแดนกลางของ ดิโอโก้ ดาโลต์ ลีดส์แทงบอลยาวขึ้นมา ซึ่งตามเหลี่ยมควรเป็นงานของ เอย์เดน เฮฟเว่น แต่ความประมาทเพียงเสี้ยววินาที ทำให้แนวรับดาวรุ่งปล่อยบอลหนีตัวเอง ก่อนโดนลงโทษทันที
แก้เกมไว = ได้ผล
ต้องให้เครดิต รูเบน อโมริม ที่แก้เกมเร็ว ถอด เลนี่ โยโร่ ออก แล้วส่ง โจชัว เซิร์กซี ลงมาเพิ่มมิติในเกมรุก และการเปลี่ยนตัวนี้ก็เปลี่ยนเกมจริงๆ
เซิร์กซีช่วยเชื่อมเกมได้ดี มีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชัดเจน และเป็นคนแอสซิสต์ให้ มาเตอุส คุนญ่า หลุดไปยิงตีเสมอ ทำให้เกม ลีดส์ พบ แมนยู กลับมาอยู่ในจุดที่แฟนผีเริ่มหายใจโล่งขึ้น
คะแนนนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (จากสายตาแฟนบอล)
- โอนาน่า – 6.5/10
ไม่ได้มีจังหวะเซฟหวือหวา แต่ก็ไม่พลาดในลูกที่ควรได้ - ดาโลต์ – 5.5/10
มีส่วนกับประตูเสีย อ่านเกมช้าไปนิดในจังหวะสำคัญ - เฮฟเว่น – 5/10
ประสบการณ์ยังน้อย ความประมาททำให้ทีมต้องเสียประตู - ลุค ชอว์ – 6.5/10
เล่นวิงแบ็กได้ดี เติมเกมสม่ำเสมอ แม้ความฟิตยังไม่เต็มร้อย - แพทริค ดอร์กู – 6/10
พยายามเชื่อมเกม แต่ยังขาดจังหวะตัดสินใจที่เฉียบคม - คาเซมิโร่ – 7/10
คุมจังหวะแดนกลางได้ดี อ่านเกมขาดตามประสบการณ์ - มาเตอุส คุนญ่า – 7.5/10
ประตูตีเสมอสำคัญมาก เป็นคนที่ดูอันตรายที่สุดในเกมรุก - โจชัว เซิร์กซี – 7.5/10
ลงมาเปลี่ยนเกม แอสซิสต์สวย แสดงให้เห็นว่ามีของ - เบนจามิน เซสโก้ – 5.5/10
ขยัน วิ่งเยอะ แต่จังหวะสุดท้ายยังน่าห่วง ความกดดันเห็นได้ชัด
มุมมองโค้ช & ฟอร์มเซสโก้
อโมริมพูดตรงไปตรงมาหลังเกมว่า เข้าใจดีถึงแรงกดดันของการเป็นกองหน้าแมนยู พร้อมย้ำว่า เซสโก้ต้องพัฒนาจังหวะสุดท้าย ซึ่งเป็นหัวใจของตำแหน่งนี้ นี่สะท้อนถึงแนวคิดโค้ชที่เน้น “ผลงานมากกว่าชื่อเสียง”
พยากรณ์เกมนัดถัดไปของแมนยู
หากผู้เล่นตัวหลักเริ่มกลับมาพร้อมหน้า เกมรุกของแมนยูมีแนวโน้มจะดีขึ้น โดยเฉพาะถ้า เซิร์กซี ได้โอกาสมากขึ้น คาดว่าเกมถัดไปผีแดงจะเล่นเชิงรุกมากกว่าเดิม และมีลุ้นชนะด้วยสกอร์เฉือน 2-1 แต่ยังต้องระวังความผิดพลาดเล็กๆ ที่เกิดซ้ำบ่อย
เรื่องเล่าข้างสนาม: ดูบอลลีดส์ พบ แมนยู ที่ Dafabet
เกมนี้ผมนั่งดู ลีดส์ พบ แมนยู พร้อมกดเดิมพัน “ทั้งสองทีมยิงประตู” ที่ Dafabet อัตราต่อรอง 1.78 ซึ่งเป็นตลาดที่มีสถิติรองรับ เพราะ 7 จาก 9 นัดหลังสุดของคู่นี้จบด้วยการที่ทั้งสองทีมทำประตูได้ (อ้างอิงข้อมูลสถิติพรีเมียร์ลีกจาก Opta) สุดท้ายเกมจบ 1-1 บิลนี้ผ่านแบบลุ้นสนุก ได้กำไรเล็กๆ พอค่ากาแฟเช้าวันถัดไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ผลการแข่งขันลีดส์ พบ แมนยู ล่าสุดคืออะไร?
A: เสมอ 1-1 ที่เอลแลนด์ โร้ด
Q2: ใครทำประตูให้แมนยูในเกมนี้?
A: มาเตอุส คุนญ่า
Q3: เซสโก้ฟอร์มเป็นอย่างไร?
A: มีส่วนร่วมกับเกม แต่จบสกอร์ยังไม่คม
Q4: รูเบน อโมริม แก้เกมตอนไหน?
A: หลังเสียประตู ด้วยการส่ง โจชัว เซิร์กซี ลงสนาม
Q5: เกมถัดไปแมนยูมีโอกาสชนะไหม?
A: มี หากผู้เล่นตัวหลักกลับมาและลดความผิดพลาดเกมรับ